![]() |
|
Spaces home K.P. วันเหงาๆกับใจดวงเดี...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
K.P. วันเหงาๆกับใจดวงเดียวอย่าถามหาฉันถ้าเธอคิดถึง เพราะว่าฉันนั้นอยู่ข้างๆเธอเสมอ ถึงแม้ตัวฉันจะสิ้นลมไปแล้วก็ตาม
August 10 Love Forever "ความรัก" คำๆนี้ผมไม่เคยที่คิดจะมีมันอีกแล้ว
หลังจากต้องพบกับความผิดหวังที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
เพราะทุกๆครั้งคนที่ผมรักมักจะจากไปด้วยเหตุผลเพียงแค่ดีเกินไป
แล้วจากไปเพื่อไปคบกับคนใหม่
ทั้งๆที่เมื่อก่อนนั้นคนเหล่านั้นเขาจะพูดเสมอว่า
"จะไม่มีใครอื่น","รักเธอเสมอ","ฉันไม่อยากจะเป็นแบบนั้น"
อีกมากมายที่ต่างพูดออกมาเพื่อไม่ให้ผมทำกับเขาเหมือนดั่งคนรักเก่าของเขาที่เคยได้ทำลงไป
ผมก็ไม่ทำยอมมอบความรัก ความซื่อสัตย์ และความเชื่อมั่นให้กับเขาทั้งหมด
แต่สุดท้ายแล้วพอเวลาผ่านไปพวกเขาเหล่านั้นก็ได้เป็นคนลงมือกระทำเสียเอง
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่โกรธแค้นอะไร แต่กลับปล่อยเขาไปให้อิสระอย่างโดยดี
แล้วยอมทนเก็บความเจ็บปวดไว้คนเดียวเสียเอง วันเวลาผ่านไปผมไม่คิดที่จะรักใครแล้วใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอด แต่แล้วผมก็ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งในลานสเก๊ตน้ำแข็ง ใจผมกล้าๆกลัวๆที่จะเข้าไป แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจลองเสี่ยงเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้น แล้วผมก็สมหวังเมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ปฏิเสธไมตรีแต่กลับหยิบยื่นตอบกลับมา เธอคนนั้นชื่อ "ฝน" ในใจผมตอนนั้นเริ่มเกิดความรู้สึกรักเธอขึ้นมาทั้งๆที่ได้หลงลืมความรู้สึกนั้นไปแล้ว แต่ผมก็พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ภายในเพื่อไม่ให้เธอรู้ และแล้ววันเวลาการทำความรู้จักก็เริ่มต้นขึ้น ผมจะโทรศัพท์ไปหาเธอด้วยความคิดถึงเสมอ และบ้างพอถึงวันหยุดก็จะนัดเดินเที่ยวกับเธอ และในทุกๆครั้งในวันที่ผมและเธอเจอกัน ผมก็จะพยายามหาดอกไม้มามอบให้กับเธอ แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นดอกกุหลาบสีขาวหรือไม่ก็สีแดงเสียส่วนใหญ่ วันเวลาล่วงเลยไปหลายเดือนผมก็เริ่มเก็บความรู้สึกของตัวเองไม่อยู่ จึงเริ่มทำการแต่งนิยายเพื่อใช้สารภาพรักเธอขึ้น โดยใส่ความรู้สึกต่างๆที่มีทั้งหมดลงไปกับนิยายตัวนั้น และเหลือว่างท่อนสุดท้ายไว้ แล้วผมได้มอบให้กับเธอในวันที่นัดพบกัน ผมได้แต่พูดกับเธอว่า "นิยายนี้จะจบสมบูรณ์ได้ขึ้นอยู่กับคุณ" แล้วผมก็รอวันที่เธอจะตอบกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ภายในใจก็กลัวกับความผิดหวังอยู่ลึกๆ "ลองดูใจกันก่อนนะ" เธอตอบกลับมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำเพียงสั้นๆที่ไม่ได้หมายถึง Yes หรือ No แต่มันก็ทำให้ผมมีความหวัง ผมจะรอวันที่เธอจะตอบออกมาชัดๆอีกครั้ง ผมจะรอวันนั้น แล้วในวันหนึ่งเธอได้ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับผม แล้วบอกว่านี่คือคำตอบในตอนนั้น ผมได้เปิดอ่านดู ถึงแม้ข้อความต่างๆเธอจะบอกว่าผมจะไม่ใช่คนนั้น แต่เธอก็ยอมรับความรักของผมที่มีให้ ผมได้แต่มองหน้าของเธอที่มีท่าทางเขินๆเล็กน้อย ในใจตอนนั้นผมอยากจะกอดเธอด้วยความดีใจทั้งหมดที่มี ระยะเวลาผ่านไปจากลองดูใจ สถานะของผมกับเธอก็ได้เปลี่ยนกลายเป็นแฟน แต่จริงๆแล้วสำหรับตัวผมนั้นถือว่าคือคนรักมากกว่า ซึ่งมันมีความหมายและความสำคัญมากกว่า แล้วเธอก็ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันกับผม ด้วยความรักที่ผมมีให้กับเธอ ผมจึงทำทุกอย่างเพื่อเธอ แล้วทำทุกอย่างให้เสมอต้นเสมอปลาย จนในที่สุดความรักของผมและเธอเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น จนเริ่มใช้คำว่า "ที่รัก" คำๆนี้มันคงมีความหมายลึกซึ้งกับใครหลายๆคนและรวมทั้งผมด้วย และจนในที่สุดวันสำคัญคืนหนึ่งสำหรับผมก็มาถึง เมื่อเธอได้นอนพูดกับผมข้างๆว่า "เราแต่งงานแบบไทยที่นี่ก่อน แล้วตอนไปฮันนีมูนค่อยแต่งแบบสากลอีกทีนะ" คำนี้ผมไม่รู้หรอกว่าเธอพูดลอยๆออกมาเฉยๆหรือเปล่า แต่มันเป็นคำที่ทำให้ผมคิดทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะทำให้สิ่งนั้นเป็นจริงขึ้นมาเพื่อเธอ ผมจึงมองหางานพิเศษเพิ่มเพื่อรีบเก็บเงิน ผมต้องแอบทำเพื่อไม่ให้เธอรู้ งาน2จ็อบที่เหนื่อยยากจนร่างกายทรุดโทรมเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอที่ต้องโหมทำงานนอนตี 3 แล้วตื่นตี 5 ทุกวันเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีจนความดันขึ้น แต่ในที่สุดผลตอบแทนก็คุ้มกับที่เหนื่อย ผมได้แอบไปสั่งทำแหวนเพื่อเตรียมการไว้ก่อนจะถึงวันครบรอบที่กะจะใช้วันนั้นเป็นวันเซอร์ไพร์ขอเธอแต่งงาน แต่เมื่อก่อนถึงวันนั้นผมกลับต้องเซอร์ไพร์เสียเอง เมื่อเธอเอ่ยคำๆนึงขึ้นมาว่า "ฉันขอโทษ ฉันกลับไปคบกับเขา...." ผมได้แต่นิ่งอึ้งหัวไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่พอเมื่อได้เห็นน้ำตาของเธอ ผมจึงใช้นิ้วเช็ดน้ำตาแล้วบอกกับเธอว่าไม่เป็นไรลองไปคบกันดูเถอะซึ่งในใจจริงๆของผมนั้นอยากจะรั้งเธอไว้แทบขาดใจ แล้วผมได้เอ่ยคำสัญญากับเธอว่า "ผมจะรอคุณเสมอ" หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้เกือบ 3 ปี ผมก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอเธอและรักษาคำสัญญานั้นไว้เสมอ ถึงแม้ว่าเธออาจจะไม่หันมามองและลืมผมไปแล้วก็ตาม แต่ในใจผมก็จะหวัง และขอให้เธอได้รับรู้และได้เห็นว่ายังมีคนๆหนึ่งยังรักเธอเสมอ และยังจะรักตลอดไป August 09 ซ่อนอยู่ใน...รัก คำว่า "รัก" มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น อาจจะหวานชื่น ขมขื่น
หรืออะไรอื่นอีกหลากหลาย ที่จะทำให้คนรู้จัก "รัก"
ได้สัมผัสและรู้สึกถึง….
ความรักเริ่มจากความคิด เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก บางที.. ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น ก็คือตัวเอง ความรักคือการให้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้.. คุณก็จะยิ่งได้รับ ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่ อยากได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่า การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ? การสัมผัส.. จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้ อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย ถ้าคุณรักใคร.. จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง เพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น.. จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจ เรียนรู้ที่จะยุติธรรม และลดทิฐิ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ลงบ้าง ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้.. นับจากวันนี้ไป คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที ชีวิตจะเปลี่ยนไป เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน
รวมถึง.. คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า
"ฉันรักเธอ" โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไป August 07 วันนี้ไม่สบายอ๋อย~ วันนี้ไม่สบาย จริงๆแล้วก็ไม่สบายมาได้ 3 วันและ แต่วันนี้เพิ่งจะได้มีโอกาสลาป่วย เมื่อวานก็มีงานถ่ายตั้งแต่เช้า พอตกบ่ายก็ต้องโดดขึ้นรถดิ่งไปสมุทรสารคาม เพื่อไปถ่ายงานที่นู่นต่อ นี่ก็นึกแปลกใจดี ว่าทำไมเรายังมีแรงลุยงานได้อย่างนี้ทั้งๆที่สภาพก็แย่เต็มทน พอวันนี้ได้ลาป่วยแล้วไปหาหมอที่โรงบาล ก็ไม่วายไปเจอะเจอกับกองถ่ายละครอีก เลยได้ไปเป็นตัวประกอบอดทนนั่งหัวโด่หันหลังให้กับกล้อง - -' นักแสดงนี่เขาก็เก่งเนอะ แค่ 2 เทคก็ผ่านแล้ว เลยไม่ต้องทำให้นั่งเป็นตัวประกอบอดทนนานๆ เลยทำให้คิดถึงตอนที่ไปถ่ายทำ VTR พวกน้องๆที่เข้าประกวดจัง เล่นซะหลายเทคเลย แต่ก็เข้าใจว่ามือใหม่กับมืออาชีพมันต่างกันนี่เนอะ แต่ก็น่าแปลกใจอีกนั่นแหล่ะ ในตอนที่ถ่ายทำ VTR ทำไมถึงทำได้ทุกตำแหน่งเลย ทั้งเป็นตากล้อง ผู้กำกับ ผู้เขียนบท ช่างMakeup ผู้ตัดต่อ ผู้จัดรายการ เล่นมันซะทุกอย่างเลย ซึ่งทั้งๆที่ก็ไม่เคยเรียนด้านนี้มานี่นา(ฮา) ผลตอบรับก็บอกว่าดีมีข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือเรื่องเสียงที่มีช่วงเสียงน้องเขาเบาเกินไป แต่ก็ต้องยอมรับเพราะระยะเวลาจำกัดมาก เพียงถ่ายทำแค่ 2 อาทิตย์ กับผู้เข้าแข่งขันที่เกินร่วมครึ่งร้อย แถมดันยังมีคนจีนอีกสองคนโดดเข้าร่วมแข่งประกวดอีกต่างหาก เลยทำให้ต้องสื่อสารกันลำบากนิดหน่อย แต่น้องเขาน่ารักดีนะ ตอนประกวดแอบเชียร์อยู่ในใจลึกๆด้วย หวังให้น้องเขาได้ ซึ่งก็สมหวังจริงๆที่น้องคนผู้หญิงได้ที่ 3(เฮ!)^^ ออกทะเลไกลไปหน่อยวกกลับมาเข้าเรื่องไม่สบายต่อ ตอนนี้หมอก็บอกต้องรอดูอาการ 3 วัน ซึ่งถ้าไม่ดีขึ้นคงจะต้องเจาะเลือดตรวจ - -' แล้วนี่ก็ใกล้วันที่จะต้องไปหาดใหญ่เสียด้วยซิ หวังว่าคงจะหายทันนะ ^^ แต่ก่อนจะไปก็ต้องไปถ่ายงานที่โรงแรมริเวอร์อีก ชอบๆ อาหารที่นั่นอร่อยถูกปากดี แถมพนักงานหน้าล็อบบี้ก็หน้าตาน่ารักด้วย(ฮา) ^^ ก็หวังว่าคงจะหายทันก่อนถึงวันนั้นนะ - -' August 04 ก็รู้ว่าเธอไม่ตั้งใจก็รู้ว่าเธอไม่ตั้งใจ ที่จะทำให้ฉันได้หวัง ฉันเองที่คิดเป็นจริงเป็นจัง รู้ทั้งรู้ว่าเธอนั้นไม่ตั้งใจ เธอไม่ผิดหรอก...คนดี เป็นฉันผิดเองที่หวั่นไหว เพียงแค่ตัวเธอจากไป ใจฉันผิดเองที่ร้องหาเธอ ก็รักไปแล้วจะให้ทำไงได้ เพราะยังไงเธอก็ไม่คิดรักฉัน วันเวลาแต่ก่อนที่พัดพากัน มันเป็นแค่ใจฉันที่หวังเคียง ไม่มีอีกแล้วในวันนี้ วันคืนที่ดีๆไม่มีเหลือ เหลือไว้แต่เพียงความครุนเครือ ที่ทำไมใจฉันไม่หมดรักเธอ ยังคงรอคอยชะเง้อคอยมองหา ยังรอหาเวลาที่เธอหัน นั่งเฝ้ามองนับเดือนทุกคืนวัน ในใจหวังเธอจะหวนกลับคืน July 19 ปากดี "ปากดี" คำๆนี้อาจจะแรงซักหน่อย แต่มันก็ให้ความหมายได้ตรงประเด็นของหัวข้อนี้ดี สถานะการณ์ในบ้านเมืองเราในตอนนี้ทุกคนคงจะรู้กันดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น สภาพสังคมได้ถูกแบ่งฝ่ายออกมาอย่างสุดขั้ว คงมีหลายๆคนคิดที่จะพยายามหาวิธีที่จะทำยังไงเพื่อให้เหตุการณ์แบ่งฝ่ายตรงนี้หยุดลงซักที แต่ทว่าก็ไม่กล้าพอที่จะทำตามที่คิดไว้ แต่เบียร์ได้ทำลงไปแล้ว ยอมเป็นผู้เริ่มคือตั้งกระทู้ขอให้ทุกคนหยุดเพื่อพ่อหลวง ซึ่งการตั้งกระทู้นี้มีเว็บมาสเตอร์หลายเว็บไม่ยอมให้ลง และคนในเว็บนั้นๆไม่ยอมรับ ถึงขั้นบางคนต่อว่าว่าเบียร์อยู่ฝ่ายไหน ซึ่งอันที่จริงแล้วเนื้อหาภายในเบียร์ก็ไม่ได้ว่าใครหรือฝ่ายไหนซักคน มีแต่คำเชิญชวนให้หยุดการกระทำต่างๆลง แต่เขาก็ไม่เข้าใจ ซึ่งเบียร์ก็ได้แต่ส่ายหัว แล้วก็ทำความเข้าใจว่าพวกเขาคงจะต้องการให้มันแตกหักจนพ่อหลวงต้องทรงร้องไห้ บางคนนั้นก็บอกว่าถ้าจะมาพูดในนี้ก็ไปพูดให้กลุ่มพันธมิตรหยุดให้ได้ก่อนเถอะ ซึ่งเขาหารู้ไม่ว่าก่อนที่เบียร์จะมาตั้งกระทู้นี้ เบียร์ได้เคยพูดกับคนที่อยู่ในกลุ่มนั้นมาแล้ว ซึ่งที่คุยกับพวกเขามาก็ตั้งแต่พวกเขายังไม่ใช้ยุทธศาสตร์ดาวกระจายนู่น แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาก็ไม่ฟัง ส่วนทางรัฐก็ไม่ต้องไปถามเพราะในเมื่ออีกฝ่ายยังดื้อดึงรุกอยู่อย่างงี้เขาก็ไม่ยอมถอยเหมือนกัน คราวนี้จะเหลือใครที่จะช่วยให้เหตุการณ์ต่างเหล่านี้หยุดได้ ก็คงจะต้องมีแต่คนที่เป็นกลางแล้วใจที่ยึดมั่นอยากให้จบลงจริงๆ เบียร์จึงได้มองหาเว็บที่ดูแล้วเป็นกลางที่สุด แต่ก็ปรากฏว่าคนภายในนั้นก็วิจารณ์อย่างนู้นอย่างนี้ว่าทำไม่ได้บ้างล่ะทั้งๆที่พวกเขายังไม่ได้ลองทำ แต่พอลองอ่านกระทู้เก่าๆที่พวกเขาโพสแสดงความคิดเห็นในเรื่องบ้านเมืองกันมา ก็สามารถแบ่งออกได้เป็นสามพวก คือพวกที่อยู่ข้าง ก., พวกที่อยู่ข้าง ข. และพวกที่เป็นกลาง ซึ่งพวกที่สามนี้จะมีน้อยมากๆและพลังเสียงของเขาก็มีแค่น้อยนิด ส่วนอีกสองพวกก็ดีแต่พูดอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ก็ไม่เคยทำอะไรเลย ดีแต่พูดอยู่ในบอร์ดเหมือนหมาที่ดีแต่เห่า มีอีกหลายเรื่องที่ตอนนี้เบียร์ได้เริ่มค้นคว้าศึกษาดู อย่างเรื่องบริเวณที่ทับซ้อนของเขาพระวิหาร ว่ามันเป็นมายังไงกันแน่ ถึงแม้จะ งงๆ อยู่บ้างก็ตามที แต่ทว่าในตอนนี้เริ่มรู้สึกท้อแล้ว เริ่มเหนื่อยกับการกระทำของตัวเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาร่วมเกือบ 5 เดือน เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นเหมือนกับคนดันรถบัสที่อยู่ในโฆษณาของสสส.เสียจริงๆ ในใจคิดว่า "พอแล้ว วางมือได้แล้ว ปล่อยให้พวกเขาทะเลาะกันไปเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของเราอะไรที่จะต้องไปเดือดร้อนด้วย ทำงาน หาเงิน ท่องเที่ยวแบบอย่างเดิมนี้แหล่ะดีแล้ว อย่าไปยุ่งเลยดีกว่า" ในใจของผมมันเรียกร้องแบบนั้นเสียแล้วซิ
|
Thanks for visiting! |
|||||||||||||||||||||||||
|
|